"ทุกสิ่งมีการเคลื่อนไหว ไม่อยู่กับที่
เมื่อมีการเข้ามา ต้องยอมรับเวลาที่เสียมันไป"
บางวรรคท่อนจากบทเพลงที่ผมชอบ แว่วขึ้นมาจากความทรงจำ แผ่วผ่านวนเวียนอยู่ในโสตประสาท หลังจากที่ผมนั่งมองชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังร้องร่ำคร่ำครวญเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือราคาสูงของเขาที่สูญหายไปบนรถประจำทางคันที่ผมโดยสารอยู่
แม้เหตุการณ์ตรงหน้าจะไม่ได้อยู่ใกล้ถึงขนาดเอื้อมมือไปสัมผัสได้ แต่สุ้มเสียงความอาลัยต่อการจากไปของทรัพย์สิน ก็มีพลังมากพอที่จะกระชากความคิดของผมให้ย้อนกลับไปนึกถึงหลายเหตุการณ์ความสูญเสียที่เคยเกิดกับตัวเองบ้าง
ของเล่นชิ้นรักที่สาบสูญไปจากการย้ายบ้าน สุนัขตัวโปรดที่สิ้นชีวิตไป ในขณะที่ผมซึ่งยังรักและห่วงใยมันอยู่เต็มหัวใจต้องดำรงชีวิตของตัวเองต่อไป การเสื่อมสลายของเครื่องคอมพิวเตอร์และสรรพข้อมูลที่บรรจุอยู่ข้างใน
บัตรเอทีเอ็มที่ผมมักจะหลงลืมมันไว้ตามที่ต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งซึ่งถูกคนร้ายงัดรถแล้วฉกไป กล้องถ่ายรูปที่อยู่กับเจ้าของมาเพียง 4 เดือน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแรงเลินเล่อจนต้องพลัดพรากกันไปตลอดกาล ผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่ผมเคยหลงและทุ่มเทเวลากับความจริงใจให้มากเท่าที่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งจะปฏิบัติได้
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เป็นปฐมกาลที่ผมเริ่มจะครุ่นคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือกระทั่งบรรดาวัตถุนามธรรมอย่าง ความรัก ความทรงจำ ความห่วงใย ความผูกพันธ์ ความโกรธ ความเกลียดชัง ล้วนแต่ไม่จีรัง มันผ่านมาพบพวกเราแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่ต่างอะไรกับรถประจำทาง
คันไหนที่เรา 'เชื่อว่า' สามารถพาเราไปถึงจุดหมายได้ เราก็จะก้าวขาขึ้นไป หรือเข้าไปสุงสิงข้องเกี่ยว คันไหนไม่ต้องจริต ไม่ตรงกับความคิดความเชื่อ เราก็พร้อมที่จะปล่อยให้มันแล่นเลยผ่านไป
ถึงเวลาที่รถไปส่งยังที่หมาย แทบไม่มีใครหวนไห้คร่ำครวญพาหนะโดยสารเก่าโทรมคันนั้น เราต่างมุ่งเดินต่อไปยังปลายทางที่เหนี่ยวแน่นในสำนึกกันทั้งสิ้น
ผมเชื่อว่ามันไม่ต่างอะไรกับสรรพสิ่งที่แผ่วผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา สุดท้าย...ในวันหนึ่งข้างหน้าก็จะต้องมีปัจจัยอะไรสักประการมาพรากมันไปจากเรา (หรือพรากเราไปจากมัน)
ของเล่นที่ถูกแรงเจ้าของถองดึงจนทรุดโทรม หรือความละเลยที่จะใส่ใจจนมันอาจหล่นตกไปในซอกตู้ ใต้เตียง สุนัขที่เสียชีวิตจากโรคร้ายหรือสังขารที่เข้ามาพรากตามกฎธรรมชาติ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผุพังจากภายใน เพราะเชื้อไซเบอร์รุมทำร้าย หรือหากไม่เป็นเช่นนั้น สักวันเจ้าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น ก็จะต้องได้รับการตราหน้าจากสังคมว่า 'ตกรุ่น' ด้วยผลพวงคำบัญญัติของยุคสมัยที่แล่นเร็วรี่
บัตรเอทีเอ็มที่ได้รับอิทธิพลความน้อยสติของเจ้าของ มันจึงจากผมไปก่อนความเสื่อมสิ้นของวัสดุที่ใช้ประดิษฐ์จะมาเยือน ในทำนองเดียวกันกับกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ และกล้องถ่ายรูปเครื่องนั้น ส่วนในกรณีการลาจากกับผู้หญิงสักคน ผมเชื่อว่ามันมีปัจจัยยิยย่อยยั้วเยี้ยะ ตั้งแต่เรื่องผลประโยชน์ที่เสื่อมสิ้น สันดานเบื้องลึกที่ถูกเผยออกมา และอื่นๆ อีกร้อยสิบเหตุผล
หรือต่อให้เคมีในร่างกายของทั้งคู่ต้องตรงกันจริง คบหารักกันได้หลายสิบปี สุดท้าย 'ความตาย' หนึ่งในบัญญัติของกฏธรรมชาติ ก็จะต้องมาพรากเขาและเธอคนนั้นไปจากคุณอยู่ดี
ผมเชื่อว่ามันไม่ต่างอะไรกับการขึ้นลงรถประจำทาง สุดท้าย ในวันหนึ่งข้างหน้า ก็จะต้องมีวินาทีที่เราก้าวเท้าพ้นไปจากขอบประตู
ต่างกันเพียงอย่างเดียว คนส่วนใหญ่มักไม่เคยคิดว่า สรรพสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราเหล่านั้น คือรถประจำทางคันโทรม ที่เป็นเพียงพาหนะพา 'เรา' ไปส่งยัง 'จุดหมาย' เท่านั้น
"ขึ้นสู่ขอบน้ำ จะเจอความงามที่รอให้เริ่มใหม่
ยังมีเรื่องราวดีดี รอให้เธอ ได้เจออีกมากมาย
มีใครที่รักเธอ อยู่ตรงนี้
ขึ้นสู่ขอบน้ำ แค่ลองพยายามดูสักที
เผชิญความจริง ว่าทุกสิ่ง มีการเคลื่อนไหว ไม่อยู่กับที่
เมื่อมีการเข้ามา ต้องยอมรับ เวลาที่เสียมันไป
แค่กฏธรรมดา ที่รอเวลาให้เธอเข้าใจ"
..................................................................................................
ชื่อเพลง : กฏธรรมดา
เนื้อร้อง : อานนท์ นนทรีย์
ทำนอง : อานนท์ นนทรีย์
ศิลปิน : ionion
อัลบั้ม : ด้านที่ ๙
edit @ 7 Aug 2008 14:24:50 by เวสารัช